กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

7 ก.ย. 69 สำนักงานชลประทานที่ 9 เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ วางแผนบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก เสริมความมั่นคงด้านน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง

07 กันยายน 2569

8

1

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) จังหวัดจันทบุรี ในประเด็นสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เอลนีโญและฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง สำหรับการจัดทำสกู๊ปข่าว “รู้สู้ภัย ซุปเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งมีกำหนดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT 2 HD ในวันที่ 21 กันยายน 2569 นายทินกร กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ภาคตะวันออกยังมีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในระบบ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีฝนตก จะต้องเร่งกักเก็บน้ำและเติมน้ำเข้าสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้น สำหรับแนวทางการจัดสรรน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 9 ให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นลำดับแรก รองลงมาคือภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ พร้อมสนับสนุนกิจกรรมด้านการเกษตรและเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดำเนินไปได้ตามลำดับความสำคัญ ขณะเดียวกัน ได้วางแนวทางบริหารจัดการน้ำแบบเชื่อมโยงระหว่างแหล่งน้ำ ทั้งอ่างเก็บน้ำ ระบบชลประทาน และแหล่งน้ำสำรอง รวมถึงการเติมและกระจายน้ำเข้าสู่แหล่งต่าง ๆ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเพียงแหล่งเดียว ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ สำนักงานชลประทานที่ 9 ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถวางแผนจัดสรรน้ำได้อย่างเหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำของแต่ละพื้นที่ นายทินกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การเตรียมรับมือเอลนีโญจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่ช่วงที่ยังมีฝนและมีน้ำต้นทุน โดยเน้นการกักเก็บน้ำ เพิ่มแหล่งน้ำสำรอง กระจายน้ำ และวางแผนการใช้น้ำล่วงหน้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและให้มีน้ำเพียงพอสำหรับประชาชนและทุกภาคส่วนตลอดช่วงฤดูแล้ง พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือจากประชาชน เกษตรกร และภาคอุตสาหกรรม ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพและเกิดความมั่นคง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการใช้น้ำอย่างเหมาะสม “สิ่งสำคัญคือการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ เราต้องเก็บน้ำที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด และบริหารจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรมีน้ำใช้ และภาคอุตสาหกรรมได้รับการจัดสรรตามลำดับความสำคัญ” นายทินกร กล่าว ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 9 จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งให้ได้มากที่สุด

สื่อที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นล่าสุด

ข่าวกิจกรรม

9 ก.ย. 69 สำนักงานชลประทานที่ 9 เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประจำเขต 2 ครั้งที่ 17/2569

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 มอบหมายให้ นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 เข้าร่วมประชุม คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประจำเขต 2 ครั้งที่ 17/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ สำนักงานชลประทานที่ 9 จังหวัดชลบุรี การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประจำเขต 2 เพื่อพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

ข่าวกิจกรรม

9 ก.ย. 69 สำนักงานชลประทานที่ 9 ร่วมขับเคลื่อน 9 นโยบาย “ONE RID” มุ่งสู่องค์กรอัจฉริยะด้าน Water Security

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 เข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนกรมชลประทานสู่การเป็น “องค์กรอัจฉริยะด้าน Water Security” ภายใต้แนวคิด “ONE RID : หนึ่งพลัง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน” โดยมี นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นผู้มอบนโยบาย ณ ห้องประชุมธารทิพย์ 01 ชั้น 4 อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วน หัวหน้าฝ่าย และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting ณ ห้องประชุม SWOC 9 สำนักงานชลประทานที่ 9 จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบนโยบายและเตรียมนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างเป็นรูปธรรม นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้เน้นย้ำการปรับรูปแบบการบริหารจัดการน้ำให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยกำหนด 9 นโยบายหลัก ได้แก่ Smart Water การนำ AI ข้อมูล และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารจัดการน้ำ พร้อมพัฒนา Smart Dam, Smart Canal, Telemetry และ SCADA, Basin One Plan การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการทั้งลุ่มน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ และ Water Augmentation การเพิ่มศักยภาพน้ำต้นทุนผ่านการพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้รองรับความต้องการในอนาคต นอกจากนี้ ยังประกอบด้วย Trust RID ยกระดับองค์กรให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และบริหารความเสี่ยงเชิงรุก, High Value Agriculture ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ใช้น้ำน้อย สร้างรายได้สูง พร้อมสนับสนุนการทำนาเปียกสลับแห้ง เกษตรแม่นยำ และการจัดทำ Water Budget, Reduce Flood and Drought ลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งด้วยระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนแบบ Real-time, Green RID มุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero, Together RID รวมพลังและพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมส่งเสริมนวัตกรรม และ Participatory Governance เปิดโอกาสให้ประชาชน ท้องถิ่น และกลุ่มผู้ใช้น้ำเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารจัดการน้ำทุกระดับ พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมชลประทานได้กำหนด 9 ภารกิจเร่งด่วนภายใน 90 วัน หรือ 90 Day Quick Wins เพื่อเร่งผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้โดยตรง อาทิ การเพิ่มความปลอดภัยของอาคารชลประทานและพื้นที่ท้ายน้ำ การฟื้นฟูอาคารชลประทานที่ชำรุด การขุดลอกคลองเร่งด่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ การฟื้นฟูระบบส่งน้ำให้กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ การเปิดบริการข้อมูลน้ำผ่าน Mobile Application การลดขั้นตอนราชการด้วย e-Workflow การลงพื้นที่พบเกษตรกรในทุกลุ่มน้ำ และการเพิ่มศักยภาพศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ในส่วนของสำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมนำนโยบาย “ONE RID” ไปขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ภาคตะวันออก โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูลด้านน้ำ การใช้ระบบโทรมาตรและเทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำต้นทุน การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมกับจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร และกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำตอบสนองต่อสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ แนวคิด “ONE RID : หนึ่งพลัง เพื่อเป้าหมายเดียวกัน” เป็นแนวทางสำคัญในการเชื่อมโยง “คน ข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วม” ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญในการสร้าง ความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) ให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวกิจกรรม

9 ก.ย. 69 สำนักงานชลประทานที่ 9 ร่วมประชุม War Room เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักภาคตะวันออก เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 มอบหมายให้ นายวิศว์รุจน์ อักษรนำ หัวหน้าฝ่ายประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ พร้อมด้วย นายธเนศ สัมฤทธิ์นรพงศ์ วิศวกรชลประทานชำนาญการ ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา เข้าร่วมประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 จันทบุรี ครั้งที่ 1/2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุม ESWOC สำนักงานชลประทานที่ 9 จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศแจ้งเตือนเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งมีผลกระทบในช่วงวันที่ 8–11 กันยายน 2569 โดยพื้นที่ภาคตะวันออกมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม รวมถึงน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด ในการนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด พร้อมเน้นย้ำการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ล่วงหน้า ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามสถานการณ์และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 17 จันทบุรี จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ เตรียมความพร้อมด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องจักร และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้สามารถรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตรได้อย่างทันท่วงที